กรมการพัฒนาชุมชน รับสมัครบุคคลเป็นอาสาพัฒนา วุฒิ ป.ตรี ทุกสาขา ทั่วประเทศ รุ่นที่ 78 รับจำนวน 200 อัตรา รับสมัครตั้งแต่วันที่ 13 – 17 กรกฎาคม รายละเอียดด้านล่างนี้
ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
1.ตำแหน่งอาสาพัฒนา อสพ. รุ่นที่ 78 รับจำนวน 200 อัตรา
– ค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท
คุณสมบัติการสมัคร
– ได้รับคุณปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบเท่าในระดับเดียวกัน ในทุกสาขาวิชา โดยวุฒิที่สมัครต้องเป็นคุณวุฒิที่ทาง ก.พ. รับรองว่าคุณวุฒินี้สามารถสมัครได้ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบคุณสมบัติในการรับรองคุณวุฒิสำนักงาน ก.พ. ได้ที่https://accreditation.ocsc.go.th
ระยะเวลาการปฏิบัติงาน
ระยะเวลาการปฏิบัติงาน เริ่มปฏิบัตงาน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570 เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกต้องผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่กรมการพัฒนาชุมชนกำหนด และปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดที่สมัครสอบ
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ
1.ได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมก่อนปฏิบัติงานอาสาพัฒนา อสพ. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายซักบาท
2.เมื่อปฏิบัติงานครบ 1 ปี มีผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชนและหน่วยงานราชการ จะได้รับค่าตอบแทนปลายปี เป็นเงิน 5,000 บาท จำนวนห้าพันบาทถ้วน พร้อมวุฒิบัตร
3.อาสาพัฒนา อสพ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ครบสัญญาแล้ว ครบหนึ่งปีแล้ว และมีผลงานดีเด่นอาจได้รับการพิจารณาจากกรมการพัฒนาชุมชนให้ต่ออายุการปฏิบัติหน้าที่ได้อีกคราวละหนึ่งปี โดยให้นำค่าคะแนนประเมินผลการปฏิบัติงานทั้ง 3 รอบ มาหาค่าเฉลี่ยและพิจารณาต่ออายุการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาพัฒนา อสพ. ที่ค่าคะแนนร้อยละ 80 ขึ้นไป
ลักษณะงานที่จะต้องปฏิบัติงาน
ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอาสาพัฒนา อสพ. ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการทำงานภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ ของเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน กระบวนการเรียนรู้ และกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากให้มีความมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ร่วมขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
1.มีสัญชาติไทย
2.มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
3.ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
4.ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟันเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. ๒๕๖๖
5.ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
6.ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
7.ไม่เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
8.ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
9.ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
10.ไม่เคยเป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
11.ไม่เคยเป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
12.ไม่เคยเป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
13.ไม่เคยเป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
14.สำหรับพระภิกษุ หรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งเป็นอาสาพัฒนา (อสพ.) ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณ คณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหารที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 4 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ที่ 1/2564 เรื่อง กรณีพระภิกษุสามเณรเรียนวิชา หรือสอบแข่งขัน หรือสอบคัดเลือกอย่างคฤหัสถ์ พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564 และในกรณีที่สมัครสอบแล้วได้บวชเป็นพระภิกษุหรือสามเณร
ในภายหลัง ก็ไม่อาจให้เข้าสอบได้เช่นกัน หากยังคงสมณะเพศอยู่ในวันสอบ
การรับสมัคร
รับสมัครโดยยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 – 17 กรกฎาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ โดยผู้สมัครจะต้องกรอกข้อความในใบสมัครสอบคัดเลือกให้ถูกต้องครบถ้วน
และลงลายมือชื่อรับรองเอกสารการสมัครสอบคัดเลือกด้วยลายมือชื่อของตนเอง
จังหวัดที่เปิดรับสมัคร
กระบี่ จำนวน 2 อัตรา
กาญจนบุรี จำนวน 4 อัตรา
กาฬสินธุ์ จำนวน 3 อัตรา
กำแพงเพชร จำนวน 2 อัตรา
ขอนแก่น จำนวน 4 อัตรา
จันทบุรี จำนวน 4 อัตรา
ฉะเชิงเทรา จำนวน 3 อัตรา
ชลบุรี จำนวน 3 อัตรา
ชัยนาท จำนวน 2 อัตรา
ชัยภูมิ จำนวน 3 อัตรา
ชุมพร จำนวน 2 อัตรา
เชียงราย จำนวน 4 อัตรา
เชียงใหม่ จำนวน 5 อัตรา
ตรัง จำนวน 2 อัตรา
ตราด จำนวน 3 อัตรา
ตาก จำนวน 2 อัตรา
นครนายก จำนวน 1 อัตรา
นครปฐม จำนวน 3 อัตรา
นครพนม จำนวน 2 อัตรา
นครราชสีมา จำนวน 6 อัตรา
นครศรีธรรมราช จำนวน 4 อัตรา
นครสวรรค์ จำนวน 3
นนทบุรี จำนวน 2 อัตรา
นราธิวาส จำนวน 2 อัตรา
น่าน จำนวน 2 อัตรา
บึงกาฬ จำนวน 2 อัตรา
บุรีรัมย์ จำนวน 4 อัตรา
ปทุมธานี จำนวน 2 อัตรา
ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 อัตรา
ปราจีนบุรี จำนวน 2 อัตรา
ปัตตานี จำนวน 3 อัตรา
พระนครศรีอยุธยา จำนวน 5 อัตรา
พะเยา จำนวน 2 อัตรา
พังงา จำนวน 1 อัตรา
พัทลุง จำนวน 2 อัตรา
พิจิตร จำนวน 2 อัตรา
พิษณุโลก จำนวน 2 อัตรา
เพชรบุรี จำนวน 2 อัตรา
เพชรบูรณ์ จำนวน 3 อัตรา
แพร่ จำนวน 2 อัตรา
ภูเก็ต จำนวน 1 อัตรา
มหาสารคาม จำนวน 3 อัตรา
มุกดาหาร จำนวน 2 อัตรา
แม่ฮ่องสอน จำนวน 4 อัตรา
ยโสธร จำนวน 2 อัตรา
ยะลา จำนวน 2 อัตรา
ร้อยเอ็ด จำนวน 4 อัตรา
ระนอง จำนวน 1 อัตรา
ระยอง จำนวน 3 อัตรา
ราชบุรี จำนวน 3 อัตรา
ลพบุรี จำนวน 3 อัตรา
ลำปาง จำนวน 3 อัตรา
ลำพูน จำนวน 2 อัตรา
เลย จำนวน 2 อัตรา
ศรีสะเกษ จำนวน 5 อัตรา
สกลนคร จำนวน 3 อัตรา
สงขลา จำนวน 3 อัตรา
สตูล จำนวน 1 อัตรา
สมุทรปราการ จำนวน 2 อัตรา
สมุทรสงคราม จำนวน 1 อัตรา
สมุทรสาคร จำนวน 1 อัตรา
สระแก้ว จำนวน 4 อัตรา
สระบุรี จำนวน 3 อัตรา
สิงห์บุรี จำนวน 1 อัตรา
สุโขทัย จำนวน 2 อัตรา
สุพรรณบุรี จำนวน 3 อัตรา
สุราษฎร์ธานี จำนวน 3 อัตรา
สุรินทร์ จำนวน 4 อัตรา
หนองคาย จำนวน 2 อัตรา
หนองบัวลำภู จำนวน 2 อัตรา
อ่างทอง จำนวน 2 อัตรา
อำนาจเจริญ จำนวน 2 อัตรา
อุดรธานี จำนวน 4 อัตรา
อุตรดิตถ์ จำนวน 2 อัตรา
อุทัยธานี จำนวน 2 อัตรา
อุบลราชธานี จำนวน 5 อัตรา